วันพฤหัสบดีที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553
ฝนตกทำไมต้องเป็นหวัด
โรคหวัด หรือเรียกอีกอย่างว่าโพรงจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัส ที่กระจายอยู่เป็นร้อยๆ ชนิดในอากาศ ทุกวันเราต้องสัมผัสกับเจ้าไวรัสพวกนี้อยู่บ้าง แต่เนื่องจากร่างกายของเรามีภูมิต้านทาน และสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมต่อการแบ่งตัวของเชื้อไวรัส ทำให้เชื้อไวรัสไม่สามารถทำอะไรเราได้
แต่ถ้าวันไหนท้องฟ้ามืดครึ้ม มีลมแรง พัดไวรัสให้ฟุ้งกระจาย และเราอยู่ในบริเวณนั้นก่อนที่ฝนใกล้จะตก โอกาสที่จะสัมผัสไวรัสก็มีมากขึ้น หรือถ้าโชคร้ายกว่านั้น คือ เราตากฝน ทำให้ศีรษะเปียกชื้น จะทำให้อุณหภูมิที่บริเวณเยื่อบุจมูกลดต่ำลงประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิระดับนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสที่ตกค้างอยู่ในช่องจมูก ทำให้ภูมิต้านทานของร่างกายไม่สามารถต้านทานเชื้อเหล่านี้ได้ทำให้เราเป็นหวัดนั่นเอง หรือบางทีถ้าเท้าเราต้องแช่อยู่ในน้ำนานๆ หรือเปียกน้ำ อุณหภูมิในเยื่อบุจมูกลดต่ำลง ก็นำไปสู่อาการเป็นหวัดได้เช่นกัน
ฉะนั้นเรามาทราบวิธีป้องกันไม่ให้เราเป็นหวัดเวลาที่ศีรษะเปียกฝนกันดีกว่า
1.อย่าอยู่ในที่โล่งแจ้ง โดยเฉพาะก่อนฝนตก แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ให้ใช้ผ้าปิดปากและจมูกกันไว้
2.หากศีรษะเปียกฝน รีบเช็ดให้แห้งทันที แต่ถ้าจะให้ดีอาบน้ำสระผมไปเลย จากนั้นรีบเช็ดและเป่าให้แห้งโดยเร็ว เพื่อทำให้อุณหภูมิเปลี่ยน และเจ้าเชื้อไวรัสจะแบ่งตัวได้ลำบาก
3.แช่เท้าในน้ำอุ่นหรือรีบทำให้ร่างกายอบอุ่น
4.รับประทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงๆ เช่น ฝรั่ง ส้ม แอปเปิ้ล หรือรับประทานวิตามินซีเม็ด เพื่อช่วยเสริมสร้างเซลล์และเนื้อเยื่อที่ถูกทำลายไป
ที่สำคัญ อย่าลืมออกกำลังกาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพราะถ้าร่างกายเราแข็งแรงซะอย่างโรคไหนก็ไม่มีทางมากล้ำกรายได้เด็ดขาด
วันจันทร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2553
อาการปากแห้งคืออะไร
ปากของทุกคนสามารถมีอาการแห้งได้เป็นครั้งคราว แต่จะเป็นปัญหาเมื่อคุณรู้สึกว่าอาการปากแห้งไม่หายไป อาการบางอย่างของอาการปากแห้งมี ดังนี้:
วันศุกร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2553
เดือน ' ทั้ง 12
ตั้งแต่ เดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม เมษายน...ไปจนถึงธันวาคม
วันนี้มาแก้ปัญหาให้แล้ว ว ว !!!
สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงคิดตั้งชื่อเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงใช้ตำราจักรราศี หรือการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปี ประกอบด้วย 12 ราศี ตามวิชาโหราศาสตร์มาใช้กำหนดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน
โดยแบ่งเดือนที่มี 30 วัน และเดือนที่มี 31 วัน ให้ชัดเจน ด้วยการลงท้ายเดือนต่างกัน คือ คำว่า "ยน" และ "คม" ส่วนคำนำหน้านั้นมาจากชื่อราศีที่ปรากฏในช่วงเวลานั้นๆ เป็นวิธีนำคำ 2 คำมา "สมาส" กัน คำต้นเป็นชื่อราศี คำหลังคือคำว่า "อาคม" และ "อายน" แปลว่า "การมาถึง" เริ่มตั้งแต่
● มกราคม ---> มกร (มังกร) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร
● กุมภาพันธ์ ---> กุมภ์ (หม้อ) + อาพนธ แปลว่า การมาถึงของราศีกุมภ์
● มีนาคม ---> มีน (ปลา) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน
● เมษายน ---> เมษ (แกะ) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ
● พฤษภาคม ---> พฤษภ (วัว,โค) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ
● มิถุนายน ---> มิถุน (ชายหญิงคู่) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีมิถุน
● กรกฎาคม ---> กรกฎ (ปู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ
● สิงหาคม ---> สิงห (สิงห์) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห
● กันยายน ---> กันย (สาวพรหมจารี) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย
● ตุลาคม ---> ตุล (ตาชั่ง ตราชู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล
● พฤศจิกายน ---> พิจิก , พฤศจิก (แมงป่อง) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก
● ธันวาคม ---> ธนู (ธนู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู
นั่นก็คือ ที่มาของชื่อ ' เดือน ' ในประเทศไทย
ส่วนชื่อ ' เดือน ' ของฝรั่งล่ะ มีที่มาอย่างไร??
ชื่อเดือนของฝรั่งนั้น มีชื่อมาตั้งแต่สมัยโรมัน แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่ได้มาจากชื่อของเทพเจ้า แต่มักจะมาจากตัวเลขลำดับที่ของแต่ละเดือนในภาษาโรมัน
● January (มกราคม)
--> เป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Janus ของชาวโรมันโบราณ จึงเรียกเดือนนี้ว่า "Januarius"
● February (กุมภาพันธ์)
--> เป็นชื่อสำหรับเทพเจ้า Februus ของชาวอิตาเลียนโบราณ บางครั้งเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "Februa" เป็นเดือนที่มีเทศกาลเฉลิมฉลองกรุงโรม
● March (มีนาคม)
--> เป็นชื่อเดือนแรกของชาวโรมัน โดยใช้ชื่อของเทพเจ้าสงครามแห่งดาวอังคาร (the war-god Mars)
● April (เมษายน)
--> ชื่อเดือนมาจากคำว่า "Aprilis" มีรากศัพท์มาจากคำว่า "Aperire" หมายถึง "เปิด" (To open) ซึ่งอาจมาจาก "ดวงอาทิตย์"
● May (พฤษภาคม)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 3 ในปฏิทินโรมัน ชื่อของเดือนอาจมาจากชื่อของเทพธิดา Maiesta ซึ่งเป็นเทพธิดาแห่งความเกียรติยศ และชื่อเสียง
● June (มิถุนายน)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 4 ในปฏิทินโรมัน ชื่อของเดือนเป็นชื่อเทพเจ้า Juno
● July (กรกฎาคม)
--> เป็นเดือนที่กษัตริย์ Julius Ceasar ประสูติ โดยตั้งชื่อเดือนนี้เป็นเกียรติแก่พระองค์ เมื่อปี ค.ศ.44 ซึ่งเป็นเดือนที่ถูกลอบปลงพระชนม์ และเรียกชื่อเดือนนี้อีกชื่อหนึ่งว่า "Quintilis" หมายถึง " เดือนลำดับที่ 5" (the fifth month)
● August (สิงหาคม)
--> ชื่อเดือนเดิมเรียกว่า "Sextilis" มาจากคำว่า "Sexus" แปลว่า "หก" (Six) แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็นชื่อ Augustus เพื่อเป็นเกียรติแก่กษัตริย์องค์แรกของชาวโรมัน
● September (กันยายน)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 7 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Septem" แปลว่า "เจ็ด" (Seven)
● October (ตุลาคม)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 8 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Octo" แปลว่า "แปด" (Eight)
● November (พฤศจิกายน)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 9 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Novem" แปลว่า "เก้า" (Nine)
● December (ธันวาคม)
--> เป็นเดือนลำดับที่ 10 ในปฏิทินโรมัน มาจากคำว่า "Decem" แปลว่า "สิบ" (Ten)
.jpg)